CABNET
ที่จะมีขึ้นในประเทศไทย :
เพื่อให้ภารกิจของคณะรัฐมนตรีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระ
บวนการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีทั้งระบบดำเนินไปอย่างเป็นระบบ
มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำระบบ
CABNET
เข้ามาเชื่อมโยงกับทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนภารกิจดังกล่าวให้ครบทั้งระบบ
โดยเริ่มตั้งแต่
1.กระบวนการวางแผนการเสนอเรื่อง
:
หน่วยงานที่มีความประสงค์จะนำเรื่องเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะสามารถวางแผน
คำนวณระยะเวลาและประมาณการได้ว่าเรื่องของตนจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเมื่อใด
เนื่องจากจะเห็นกระบวนการทั้งหมดภายในระบบ
CABNET
2.การจัดทำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี
:
หน่วยงานที่มีความประสงค์จะนำเรื่องเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะสามารถตรวจสอบความเห็นของหน่วยงานต่าง
ๆ ได้
รวมทั้งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โดยหน่วยงานต่าง ๆ
สามารถตอบความเห็นไปมาระหว่างหน่วยงาน
จนกระทั่งหน่วยงานเจ้าของเรื่องสามารถรวบรวมความเห็น ข้อสังเกต
และข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่าง ๆ
เพื่อวิเคราะห์ว่าขัดแย้งกันหรือไม่
แล้วจัดทำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้
ผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา (ปคร.)
ของหน่วยงานเจ้าของเรื่องจะเป็นผู้ดำเนินการส่งเรื่องให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ผ่านทางระบบ CABNET
3.การแจ้งวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี
:
เมื่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีบรรจุเรื่องที่หน่วยงานต่าง ๆ
จัดทำเพื่อเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะส่งระเบียบวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีไปยังคณะรัฐมนตรี
(ปคร.) ของหน่วยงานต่าง ๆ และหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผ่านระบบ
CABNET
4.การแจ้งมติคณะรัฐมนตรี
:
ภายหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี
เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติอย่างไรในแต่ละเรื่อง
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะแจ้งมติคณะรัฐมนตรีไปยังคณะรัฐมนตรี
ของหน่วยงานต่าง ๆ
และหน่วยงานเจ้าของเรื่องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
หรือรับทราบผ่านระบบ
CABNET
ทั้งนี้ ระบบ CABNET
จะเป็นระบบที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างสูง
โดยจะจำกัดผู้ที่สามารถเข้าสู่ระบบดังกล่าวได้
และการเข้าสู่ข้อมูลของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันตามอำนาจหน้าที่
CABNET เริ่มต้นอย่างไร
:
โครงการ
CABNET เริ่มต้นเมื่อปี 2547
จากโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีไทยกับ
Department of Prime Minister and Cabinet
ของออสเตรเลีย ซึ่งในปี 2548
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปศึกษาระบบ
CABNET
เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบสารสนเทศการประชุมคณะรัฐมนตรีแบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับประเทศไทย
และระบบนี้จะนำมาทดลองใช้ร่วมกันของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานนำร่อง
ประมาณเดือนมีนาคม 2553
ทำไมต้องมีระบบ
CABNET :
ระบบ
CABNET
ถูกนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ได้แก่
1.ปัญหากรณีเรื่องที่ส่วนราชการเสนอไม่เป็นไปตามแนวทางที่พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี
พ.ศ. 2548 และวิธีการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 กำไหนไว้
รวมทั้งประเด็นของเรื่องและรูปแบบของบันทึกไม่ชัดเจนและไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ซึ่งปัญหานี้จะแก้ไขได้โดนการใช้แบบฟอร์มมาตรฐาน หรือ
Template
ในการจัดทำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี
2.ปัญหากรณีการประสานขอความเห็นในเรื่องเร่งด่วนมีเวลาจำกัด
การส่งวาระการประชุมล่าช้า
และการแจ้งมติคณะรัฐมนตรีให้หน่วยงานล่าช้า
สามารถแก้ไขได้โดยการส่งเอกสารผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งแจ้งผลการอนุมัติระเบียบวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นรายเรื่องทำให้ส่วนราชการทราบล้วงหน้า
และสามารถประสานผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมในการให้ความเห็นได้ทันการณ์
CABNET มีประโยชน์อย่างไร
:
1. คณะรัฐมนตรี
ได้รับระเบียบวาระและเอกสารประกอบการประชุมเร็วขึ้น
โดยจะได้รับแจ้งข้อมูลทันทีที่มีการจัดเรื่องเข้าสู่ระเบียบวาระ
2.ส่วนราชการและสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี การเสนอเรื่อง
เสนอความเห็น ประสานข้อมูล ตรวจสอบสถานภาพเรื่อง สืบค้นข้อมูล
สะดวกรวดเร็วขึ้น
3.การจัดทำเรื่องเป็นระบบมากขึ้น โดยการใช้
Template
หนังสือประเภทต่าง ๆ เป็นแบบฟอร์มมาตรฐานเดียวกัน
ทำให้การเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี
มีข้อมูลที่สมบูรณ์ครบถ้วนมากขึ้น
4.ทุกฝ่ายประหยัดมากขึ้น เพราะลดเวลา
และค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียม-ผลิต-จัดส่งเอกสารการประชุม
รูปแบบการทำงานของระบบ
CABNET :
ระบบ
CABNET
จะครอบคลุมการทำงานทุกขั้นตอนใน
กระบวนการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี
ตั้งแต่การวางแผนการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีของหน่วยงานต่าง ๆ
การเสนอเรื่อง การเสนอความเห็น
การเสนอนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเพื่อสั่งการ
การแจ้งวาระการประชุม การจัดทำและแจ้งมติคณะรัฐมนตรี
รวมทั้งการติดตามผลการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรี โดยระบบ
CABNET จึงมีการทำงาน 3 ระบบหลัก ดังนี้
1.ระบบสารบรรณ
เพื่อรองรับการรับส่งเอกสาร
2.ระบบ
Work Flow
เพื่อรองรับการติดตามสถานภาพหรือความก้าวหน้าของเรื่องและประสานการดำเนินงาน
3.ระบบ
Search Engine
เพื่อรองการสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ที่มีอยู่ในระบบ
ทั้งนี้
เอกสารส่วนราชการที่อยู่ในระบบจะสร้างในรูปแบบ
Microsoft Word Document
Template
ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและส่วนราชการร่วมกันกำหนดให้มีความเหมาะสมในการใช้งาน
ปัจจัยความสำเร็จของระบบ CABNET :
ในการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีที่จะดำเนินการโดยระบบ CABNET
นั้น
ต้องอาศัยปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อให้ระบบ CABNET
สามารถดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งปัจจัยดังกล่าวประกอบด้วย ผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา (ปคร.)
ผู้ช่วย ปคร. และข้าราชการสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
โดยบุคคลเหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งเพราะจะเป็นผู้ใช้งานระบบ
CABNET
โดยตรงในการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี
ปคร.
มีหน้าที่อะไรในระบบ
CABNET
:
ในการนำระบบ
CABNET มาใช้นั้น ปคร. และผู้ช่วย ปคร.
จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งเพราะจะเป็นผู้ใช้งานระบบ CABNET
โดยตรง
เนื่องจากมีหน้าที่ในการประสานงานให้การเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเป็นไปตามแผนหรือเวลาที่กำหนดด้วยความรวดเร็ว
มีประสิทธิผล
ทั้งการนำเสนอและการประสานขอความเห็นประกอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผู้เกี่ยวข้องกับระบบ CABNET :
|
ภายนอก |
ภายในสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี |
|
ปคร.
ส่วนราชการ 20 กระทรวง
หน่วยงาน 15 หน่วย
|
สำนักบริหารกลาง
กองการประชุมคณะรัฐมนตรี
สำนักนิติธรรม
สำนักบริหารงานสารสนเทศ
สำนักพัฒนายุทธศาสตร์และติดตามนโยบายพิเศษ
สำนักวิเคราะห์เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี
สำนักส่งเสริมและประสานงานคณะรัฐมนตรี
สำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์
|